วัสดุที่นิยมนำมาทำ ท๊อปเคาเตอร์ครัว

เมื่อ 22 ม.ค. 2559 อ่าน 1976 ครั้ง


วัสดุที่นิยมนำมาทำ ท๊อปเคาเตอร์ครัว

จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ไม่มีข้อจำกัดอะไรมาก  เพียงแต่คุณเลือกวัสดุทำท๊อปเคาเตอร์ครัวที่เน้นเรื่องทำความสะอาดได้ง่ายดาย ไม่มีคราบสกปรกหลงเหลือเมื่อใช้งานเสร็จ ก็ถือว่าตรงจุดทีสุดแล้ว สำหรับท๊อปเคาเตอร์ครัวของคุณ แต่บางคนก็อาจนึกไม่ออกว่า แล้วมันมีแบบไหนกันบ้างล่ะ ที่เหมาะสม และนิยมใช้กัน งั้นมาดูกันว่าท๊อปครัวที่นิยม และเหมาะสมกับการใช้งานนั้นมีอะไรกันบ้าง


อันดับแรกขอเริ่มจาก ท๊อปเคาเตอร์ครัวสไตล์หรูหรา มีระดับ ซึ่งวัสดุที่ใช้คือ หิน Quartz  
หินควอตซ์ปัจจุบัน มีทั้งแบบแท้ร้อยเปอร์เซนต์  และแบบสังเคราะห์ผสมประมาณ เป็นเรซิ่นและเม็ดสี เข้ามาผสมด้วย แต่เพียงไม่กี่เปอร์เซนต์เท่านั้น แต่จะมีข้อเด่นก็คือ จะมีสีสันให้เลือกมากกว่า แบบธรรมชาติร้อยเปอร์เซนต์  แต่คุณสมบัติของวัสดุชนิดนี้ก็สมราคามากเช่นกัน เพราะสามารถทนต่อความเป็นกรด ด่างและสารเคมีได้ดีเยี่ยม รวมถึงรอยขีดข่วนนานาชนิดได้ดีมากด้วย แต่หลายคนฟังเรื่องของราคาแล้วอาจถอดใจ เพราะสนวนราคา ตารางเมตรละ 5,000-9,000 บาทเลยทีเดียว


อันดับที่สอง ได้แก่ หินอ่อน 
สำหรับครัวไทยอย่างบ้านเรา หินอ่อน เป็นวัสดุที่อาจจะไม่ลงตัวกับการใช้งานครัวในบ้านเรามากนัก เนื่องจากทนต่อ กรด ด่างได้ไม่ดีเท่าไรนัก ทำให้เลอะเทอะ เปรอะเปื้อนได้ง่าย ต่างจากครัวฝรั่ง ซึ่งจะพบปัญหาเรื่องนี้น้อยกว่า จึงถือเป็นวัสดุท๊อปครัว ที่นิยมในต่างประเทศมากกว่า แต่ก็ยังมีหลายบ้าน หลายครอบครัว ที่ยังคงรับได้กับคุณสมบัติดังกล่าว เพราะหินอ่อนมีความสวยงาม หรูหรา มากพอสมควร จึงทำให้ดึงดูดใจใครหลาย ๆ คน ด้วยคุณสมบัติที่ถือว่าดีพอสมควร ทั้งทนร้อน ทนน้ำได้ดี จึงทำให้วัสดุชนิดนี้มีราคาต่อตารางเมตรสูงถึง 3,000-6,000 บาทเลยเช่นกัน
อันดับที่สาม ได้แก่  แกรนิตโต้
สำหรับแกรนิตโต้นั้น จะใช้ผงแกรนิตมาขึ้นรูปด้วยกระบวนการความร้อนสูงเป็นเนื้อเดียวกันทั้งแผ่น หากเกิดรอยขีดสามารถขัดสีได้ ซึ่งคุณสมบัติของแกรนิโต้จะทนทานกว่ากระเบื้อง แต่สู้หินไม่ได้ และข้อด้อยจุดใหญ่ ที่ขัดหูขัดตาเรื่องของความสวยงามก็คือ เรื่องของรอยต่อ ทำให้จุดนี้แกรนิตโต้ยังคงครองใจผู้ซื้อไม่ได้ หากเลือกใช้ขนาดเล็กก็ยิ่งมีรอยต่อมาก แต่หากเลือกใช้ขนาดใหญ่ก็มีรอยต่อน้อยลง แต่สุดท้ายก็ยังคงมีรอยต่ออยู่ดี ขนาดของแกรนิตโต้ มีหลายขนาดตั้งแต่ 30x30  60x60  และ 60x120 สนวนราคาก็ตามคุณภาพคือประมาณตารางเมตรละไม่กี่ร้อยบาทถึงหลักพันบาทเท่านั้น
อันดับที่สี่ ได้แก่ หินสังเคราะห์
ชื่อก็บ่งบอกอยู่แล้วว่า หินสังเคราะห์ จึงต้องทำมาจากวัสดุที่สังเคราะห์ขึ้นหลากหลายชนิด มาผสมรวมตัวกัน ด้วยความเป็นหินสังเคราะห์จึงสามารถดัดเข้ารูปได้ดีกว่าวัสดุธรรมชาติ และสีสันก็มีให้เลือกหลากหลายมากกว่าด้วย ขัอดีจุดนี้จึงทำให้ถูกใจผู้ซื้อมากและเป็นที่นิยมมากด้วย หินสังเคราะห์จะประกอบไปด้วย ส่วนผสมของหินแกรนิต หินควอตซ์ หินอ่อน และเรซิ่น ในสัดส่วนที่ต่างกัน ทำให้หินสังเคราะห์มีคุณสมบัติที่ สมบูรณ์แบบ ทั้งทน สวยงาม ปราศจากรูพรุน จึงลดปัญหาน้ำซึมได้ ทื่สำคัญทำความสะอาดง่าย ไร้รอยต่อ และดีกว่าหินแท้อีกด้วย จึงทำให้มีราคาสูงมากตามไปด้วย ตกประมาณตารางเมตรละ 7,000-20,000 บาทขึ้นไป
อันดับที่ห้า ได้แก่  กระเบื้อง
วัสดุที่ได้รับความนิยมสูง สำหรับทำท็อปเคาน์เตอร์ครัว โดยเฉพาะครัวไทย ด้วยลวดลายของกระเบื้องที่มีให้เลือกหลากหลาย ทำให้สามารถเลือกตามใจแม่บ้านได้ อีกทั้งราคาก็ไม่แพงนัก หาช่างทำได้ง่าย ข้อเสียของแผ่นกระเบื้อง จะเน้นไปที่เรื่องรอยขีดข่วน ซึ่งใช้ไปนานๆจะเกิดรอยมาก หรือหากมีการกระแทกหนักๆ อาจทำให้แผ่นกระเบื้องแตกได้ แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไปครับ เพราะแผ่นกระเบื้องหาซื้อง่าย ซ่อมแซมได้ในราคาถูกราคาประมาณหลักร้อยบาทต่อตารางเมตร
อันดับที่หก ได้แก่ หินเทียม 
หินเทียมมีคุณสมบัติที่ดี เป็นวัสดุทดแทนหินที่ให้ผิวเรียบเนียน เป็นเนื้อเดียวกันทั้งแผ่น ทดกรด ทนด่าง ทนสารเคมี ไม่มีรูพรุนจึงไม่ดูดซึมน้ำ โดยปกตินิยมผลิตจาก อะคริลิค, โพลีเอสเตอร์ และส่วนผสมของแร่เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ข้อเสียของหินเทียม เกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย แต่สามารถเคลือบเงาและซ่อมแซมภายหลังได้ง่าย ปัจจุบันหินเทียมมีหลายเกรด ซึ่งคุณภาพมักแปรผันตามราคา ซึ่งก็มีให้เลือกตั้งแต่ราคาถูกไปจนถึงแพงคือ ตารางเมตรละ 2,000-20,000 บาทขึ้นไป

อันดับที่เจ็ด  หินแกรนิต
หินมีหลายชนิดที่นิยมนำมาเป็นท็อปเคาน์เตอร์ครัว คือ หินแกรนิต ซึ่งจะมีแยกย่อยไปอีกหลายชนิดหลายสี ทั้งดำ ขาว ชมพู เทา ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางเคมีและองค์ประกอบทางแร่ หินแกรนิตมีคุณสมบัติเช็ดทำความสะอาดสะดวก ให้ความเงางามเป็นประกาย ทนกรด ทนด่าง ทนรอยขีดข่วน ราคาถูกกว่าหินสังเคราะห์ เหมาะกับนำมาใช้ร่วมกับครัวทุกสไตล์ ข้อเสียของหินธรรมชาติโดยปกติจะมีรูพรุน ทำให้ซึมซับน้ำอาจก่อให้เกิดคราบรอยด่างได้ง่าย ราคาต่อตารางเมตรประมาณ 2,000 – 6,000 บาท


อันดับที่แปด ได้แก่ คอนกรีต
วัสดุที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายและเบสิคที่สุด หากเป็นบ้านเรือนทั่วไปในชนบท อาจได้เห็นครัวปูน ครัวคอนกรีตกันอย่างแพร่หลาย แต่ในตัวอย่างที่ให้ชมกันนี้ เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของครัวคอนกรีตที่ได้ปรับโฉมดีไซน์ ให้มีความสวยงามทันสมัย ข้อดีของคอนกรีต สามารถขึ้นรูปได้หลากหลาย ทั้งโค้ง เรียบ นูน หรือแม้แต่การประยุกต์ทำเป็นซิ้งน้ำเป็นชิ้นเดียวกับเคาน์เตอร์โดยที่ไม่ต้องซื้อซิ้งน้ำเพิ่ม หากต้องการโชว์ความดิบอาจเน้นงานขัดมัน ฉาบเรียบ หรือหากต้องการทาสีก็เหมาะสมสวยงามเช่นกัน แต่จะมีข้อเสียเรื่องน้ำซึม ความชื้น และหากมีคราบสกปรกเลอะ คราบจะติดลงลึก ทำความสะอาดได้ยาก อาจเป็นร่องรอยด่างได้
ส่วนเรื่องราคา ก็เรียกว่า เหมา ๆ กันไป คือ คิดราคาแบบเหมายกชุด

อันดับที่เก้า ได้แก่  ลามิเนท
อีกหนึ่งวัสดุที่ได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะบ้านที่ต้องการประหยัดงบ ลามิเนทสำหรับท็อปเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นแผ่นพลาสติกหุ้มผิวภายนอก สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ ข้อดีคือเรื่องของราคาที่ถูก นิยมใช้ร่วมกับครัวสำเร็จรูป มีลวดลาย สีสันให้เลือกมากมาย ทั้งลายหิน ไม้ หรือสีเรียบๆ ข้อเสียเกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย ระยะยาวสีซีดจาง ความคงทนในการใช้งานน้อยเมื่อเทียบกับวัสดุอื่นๆที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ส่วนเรื่องของราคา ก็ตามคุณภาพของวัสดุคือ ถูกเพียงหลักร้อยต่อตารางเมตรเท่านั้น

อันดับที่สิบ  ได้แก่ สแตนเลส
วัสดุที่ได้รับความนิยมสำหรับครัวโมเดิร์น ครัวที่ใช้งานหนักเป็นพิเศษ ด้วยคุณสมบัติของสแตนเลสเป็นโลหะที่ไม่ขึ้นสนิม แข็งแกร่ง ทนต่อแรงกระแทก ทำความสะอาดได้ง่าย ไม่มีคราบติดแน่น หากใครเคยเข้าชมครัวร้านอาหาร โรงแรม ภัตตาคาร โดยส่วนใหญ่นิยมใช้วัสดุสแตนเลสเป็นหลัก สำหรับครัวบ้าน นิยมนำมาใช้เฉพาะส่วนของท็อปเคาน์เตอร์ ใครที่ชอบทำครัวหนักๆ ต้องการความถึกทนทำความสะอาดง่าย สแตนเลสเป็นตัวเลือกที่ดี ที่สำคัญราคาน่าสน เมื่อเทียบกับวัสดุที่มีราคาแพงหลายชนิด คือ ตารางเมตรละ 7,000 - 10,000 บาท
และอันดับสุดท้าย ถือเป็นวัสดุท๊อปเคาเตอร์ครัวที่มีมานานและที่สำคัญคลาสสิคตลอดกาล ได้แก่  ไม้
แต่ถึงไม้จะให้อารมณ์ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติแบบสุด ๆ แต่ข้อเสียของไม้ก็มีเพียบ ทั้งเรื่องของเชื้อราที่เกิดจากความชื้น หรือแม้กระทั่งเรื่องของอันตรายจากฟืนไฟ และคราบสกปรกที่ดูแลยาก ทำความสะอาดลำบากเมื่อเสร็จงานครัว ทำให้เป็นตัวเลือกที่หลายคนตัดทิ้่งไปเป็นอันดับแรก ๆ แต่สำหรับคนรักไม้แล้ว ย่อมไม่มีวัสดุอื่นใดมาแทนที่ได้ ต้องไม้เท่านั้น ก็มีให้เลือกตั้งแต่ไม้แท้ ไม้เทียม ซึ่งราคา ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพและความคงทนกันเลยทีเดียว ที่สำคัญไม้จะมีราคามาก หากมีลักษณะลายไม้ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ จึงทำให้ราคาไม่ตายตัวนั่นเอง